ขั้นตอนการแจ้งความประสงค์และรายงานตัวกลับภูมิลำเนาเพื่อรับเงินอุดหนุนของประชาชน
 
  • ขั้นตอนที่ 1 ระหว่าง "ผู้ผ่านการฝึกอบรมที่แจ้งประสงค์กลับภูมิลำเนาฯ" กับ "สถาบันจัดฝึกอบรม"
  • ขั้นตอนที่ 2 ระหว่าง "ผู้ผ่านการฝึกอบรมที่แจ้งประสงค์กลับภูมิลำเนาฯ" กับ"ฝ่ายปกครอง"
  • แจ้งกับฝ่ายปกครอง(นายอำเภอ นายกเทศมนตรีนครและเมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน )
    และสถาบันจัดฝึกอบรม ทั่วประเทศ เรื่องชี้แจงความหมายของ คำว่า ภูมิลำเนา เพิ่มเติม
  • แจ้งกำหนดเวลารายงานตัวหลังการฝึกอบรมเสร็จและการรายงานตัวในเดือนถัดไป
    ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรม
  • ประกาศเรื่องการรายงานตัวหลังการฝึกอบรมเสร็จและการรายงานตัวในเดือนถัดไป
  • ศูนย์ช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้าง กระทรวงแรงงาน และอำเภอทั่วประเทศ สามารถดำเนินการเพื่อขอพิจารณาอนุมัติผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการต้นกล้าอาชีพ เพื่อช่วยปฏิบัติงานในหน่วยงาน โดยเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป
  •  
    ขั้นตอนที่ 1 ระหว่าง "ผู้ผ่านการฝึกอบรมที่แจ้งประสงค์กลับภูมิลำเนาฯ" กับ "สถาบันจัดฝึกอบรม

    1. ให้ "ผู้ผ่านการฝึกอบรม" ขอเอกสารแบบฟอร์ม 1* และแบบฟอร์ม 2(เดือน 1,2,3)* จาก "จุดฝึกอบรม" นำแบบฟอร์มที่ 1 มากรอกข้อมูลของผู้ผ่านการฝึกอบรม แจ้งความประสงค์กลับภูมิลำเนาเพื่อไปประกอบอาชีพ โดยใช้หลักฐาน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องหลักฐาน ซึ่งประกอบไปด้วย
       1.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
       1.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
       1.3 สำเนาใบรับรองการฝึกอบรม
       1.4 สำเนาหน้าสมุดเงินฝากของ "ธนาคารกรุงไทย"* บัญชีออมทรัพย์ เท่านั้น

    2. นำเอกสารแบบฟอร์มที่ 1 ที่กรอกข้อมูลสมบูรณ์แล้ว พร้อมกับหลักฐานที่ รับรองสำเนาถูกต้องในข้อที่ 1.1 ถึง 1.4 ไปรายงานตัวกับจุดฝึกอบรม

    3. โดยให้ "จุดฝึกอบรม" เป็นผู้รวบรวมเอกสารแบบฟอร์มที่ 1 พร้อมกับหลักฐานตามข้อ 1.1 ถึง1.4 ที่รับรองสำเนาถูกต้อง แล้วส่งทั้งหมดมาที่ สำนักงานโครงการต้นกล้าอาชีพ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300

    ขั้นตอนที่ 2 ระหว่าง "ผู้ผ่านการฝึกอบรมที่แจ้งประสงค์กลับภูมิลำเนาฯ" กับ"ฝ่ายปกครอง"

    1. "ผู้ผ่านการฝึกอบรม" นำแบบฟอร์มที่ 2(เดือน 1,2,3)* (เฉพาะเดือนที่เบิก) ที่ได้รับจากจุดฝึกอบรมนั้น กรอกข้อมูลของผู้ผ่านการฝึกอบรมฯ นำรายงานตัวกับ "กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน" เพื่อให้ลงนามรับรองประกอบอาชีพจริง ในฟอร์มที่ 2(เดือน 1,2,3)* (เฉพาะเดือนที่เบิก) ในช่อง "กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน เซ็นรับรองการประกอบอาชีพจริง"

    2. ให้ "ผู้ผ่านการฝึกอบรมฯ" นำแบบฟอร์มที่ 2(เดือน 1,2,3)* (เฉพาะเดือนที่เบิก) หลังจากที่"กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน" ลงนามรับรองแล้ว พร้อมกับหลักฐานที่ รับรองสำเนาถูกต้องแล้ว ซึ่งประกอบไปด้วย
       2.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
       2.2 สำเนาทะเบียนบ้าน
       2.3 สำเนาใบรับรองการฝึกอบรม
       2.4 สำเนาหน้าสมุดเงินฝากของ "ธนาคารกรุงไทย"* บัญชีออมทรัพย์ เท่านั้น

       นำไปรายงานตัวกับทางอำเภอ หรือเทศบาลนครและเมือง หรือเทศบาลเมืองพัทยา หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร ที่ผู้ผ่านการอบรมแจ้งความประสงค์มาอยู่เพื่อประกอบอาชีพในแต่ละเขต โดยให้นายอำเภอ หรือเทศบาลนครเมืองหรือเทศบาลเมือง หรือนายกเมืองพัทยา หรือผู้อำนวยการเขตในกรุงเทพมหานคร ในเขตปกครองที่แจ้ง ลงนามรับรองการรายงานตัว พร้อมประทับตราหน่วยงาน ในฟอร์มที่ 2 (เดือน 1,2,3)*เดือนที่เบิก ในช่อง "นายอำเภอ หรือนายกเทศมนตรีนครและเมือง หรือนายกเมืองพัทยา หรือผู้อำนวยการเขตในกรุงเทพมหานครเซ็นรับรองการประกอบอาชีพจริง"

    3. ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมแล้ว ไปแจ้งความประสงค์กลับภูมิลำเนา ณ จุดฝึกอบรมที่เข้ารับการฝึกอบรมด้วยตนเองภายใน 30 วัน นับจากวันที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และให้รายงานตัวครั้งแรก (เดือนที่หนึ่ง) ต่อพนักงานฝ่ายปกครองระหว่างวันที่ 1-7 ของเดือนหลังจากวันที่แจ้งความประสงค์กลับภูมิลำเนา เพื่อรับรองการไปประกอบอาชีพอิสระหรือการเข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนของรัฐบาล หรือโครงการอื่นๆ ของรัฐบาล หรือตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร สำหรับครั้งที่ 2 และ 3 (เดือนที่สองและเดือนที่สาม) ให้รายงานตัวระหว่างวันที่ 1-7 ของเดือนเท่านั้น โดยการรายงานตัวทั้ง 3 ครั้ง ให้แนบเอกสารประกอบด้วย
       1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
       2) สำเนาทะเบียนบ้าน
       3) สำเนาหน้าสมุดเงินฝากของ "ธนาคารกรุงไทย"* บัญชีออมทรัพย์ เท่านั้น
       4) สำเนาใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตร (ใบรับรองการผ่านการฝึกอบรม)
       5) แบบฟอร์มการรายงานตัวและการรับรองเพื่อไปประกอบอาชีพในภูมิลำเนาของผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการฯ(แบบฟอร์ม ๒)
       สำหรับการรายงานตัวครั้ง 2 และครั้งที่ 3 ให้แนบเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดอาชีพอิสระที่ประกอบการ โดยมีรายละเอียดอาทิเช่น (1) ลักษณะอาชีพอิสระที่ดำเนินการ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และผลประกอบการในเดือนที่ผ่านมา (2) สถานที่ตั้งสถานประกอบการ พร้อมแนบภาพถ่าย(ถ้ามี) และ (3) ภาพถ่ายกิจกรรมจริงในการประกอบอาชีพ(ถ้ามี) เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมและได้นำเงินอุดหนุนเพื่อการประกอบอาชีพไปประกอบอาชีพอิสระจริง
    โดยการจัดสรรเงินอุดหนุนรายเดือนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จะจัดสรรให้สำหรับผู้ผ่านการฝึกอบรมที่ไปรายงานตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองครบทุกเดือนเท่านั้น กรณีไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองในเดือนใดเดือนหนึ่ง หรือเว้นช่วงเดือน หรือทั้งสามเดือน ให้ถือว่าผู้ผ่านการฝึกอบรมแสดงเจตจำนงไม่ขอรับเงินอุดหนุนในเดือนดังกล่าว และเดือนถัดไป

    4. เมื่ออำเภอ หรือเทศบาลนครเมืองหรือเทศบาลเมือง หรือเทศบาลเมืองพัทยา หรือสำนักงานเขตในกทม.ได้รับแบบฟอร์มที่ 2 (เฉพาะเดือนที่เบิก) และหลักฐานแล้ว ทางอำเภอ หรือเทศบาลนครเมืองหรือเทศบาลเมือง หรือเทศบาลเมืองพัทยา หรือสำนักงานเขตในกทม. จะต้อง ยืนยันการรายงานตัวผ่านระบบอินเทอร์เน็ตในเว็ปไซต์ของโครงการต้นกล้าอาชีพ(home.tonkla-archeep.com) แล้วให้พิมพ์ใบแจ้งการรับรองออกจากระบบ ได้ทุกวัน โดยระบบจะตัดรอบเดือนของการรายงานตัวในวันที่ 12 ของแต่ละเดือน แล้วนำส่งมาพร้อมกับฟอร์มที่ 2 (เฉพาะเดือนที่เบิก) และหลักฐานตามข้อที่ 2.1 ถึง 2.4 ส่งมาที่ สำนักงานโครงการต้นกล้าอาชีพ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 **ภายในวันที่ 15 ของแต่ละเดือน

    หมายเหตุ***
    1. ผู้ผ่านฝึกอบรมรายงานตัวที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตใด จะต้องรายงานตัวและเซ็นรับรองที่อำเภอหรือสำนักงานเขตนั้นเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนอำเภอหรือสำนักงานเขตรายงานตัวในเดือนที่ 2 และ 3 ได้
    2. หากพื้นที่ใดไม่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน ที่จะสามารถเซ็นรับรองได้ ให้เว้นไว้แล้วนำส่งกับทางฝ่ายปกครอง เพื่อให้นายอำเภอ หรือนายกเทศมนตรีนคร นายกเทศมนตรีเมือง หรือ นายกเมืองพัทยา หรือผู้อำนวยการเขตในกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ให้ดุลยพินิจพิจารณาในการลงนามรับรองการกลับไปอยู่เพื่อประกอบอาชีพแทน

    แบบฟอร์ม 1* หมายถึง แบบฟอร์มแจ้งความประสงค์จะกลับภูมิลำเนาของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
    แบบฟอร์ม 2*(เดือน 1,2,3)* หมายถึง แบบฟอร์มการรายงานตัวและการรับรองเพื่อไปประกอบอาชีพในภูมิลำเนาของผู้เข้า รับการฝึกอบรม

    แจ้งกับฝ่ายปกครอง(นายอำเภอ นายกเทศมนตรีนครและเมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน ) และสถาบันจัดฝึกอบรม ทั่วประเทศ เรื่องชี้แจงความหมายของ คำว่า ภูมิลำเนา”เพิ่มเติม
       ทางโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน(โครงการต้นกล้าอาชีพ) ขอชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจกับฝ่ายปกครอง (นายอำเภอ นายกเทศมนตรีนครและเมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประธานชุมชน) และสถาบันจัดฝึกอบรมทั่วประเทศ เกี่ยวกับความหมายของคำว่า ภุมิลำเนา ตามหนังสือราชการที่ นร ๐๑๑๐/๑๙๑๔ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ เรื่อง ขอความร่วมมือในการรับรองการกลับไปประกอบอาชีพในภูมิลำเนาของผู้เข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน ระบุความหมายของภูมิลำเนา หมายความว่า

       1. สถานที่อยู่ของบุคคลตามกฎหมาย
       2. หรือที่อยู่อาศัยตามทะเบียนบ้าน
       3. หรือสถานที่ที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมประสงค์จะไปอยู่เพื่อประกอบอาชีพ

    ดังนั้น ทางโครงการฯ ขออธิบายชี้แจ้งความหมายในข้อที่ ๓ เพิ่มเติมว่า ผู้ผ่านการฝึกอบรมจะสามารถแจ้งความประสงค์กลับไปประกอบอาชีพที่อำเภอของจังหวัดใดก็ได้ในประเทศไทย หรือเขตใดก็ได้ในกรุงเทพมหานคร ตามความประสงค์ของผู้ฝึกอบรมประสงค์จะไปอยู่เพื่อประกอบอาชีพ ถึงแม้ว่าผู้ผ่านการฝึกอบรมจะไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์ในของจังหวัดนั้นก็ตาม นายอำเภอ นายกเทศมนตรีนครและเมือง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประธานชุมชน ในเขตที่มีการแจ้งความประสงค์กลับมาประกอบอาชีพ ก็สามารถรับรายงานตัวและลงนามรับรองการประกอบอาชีพจริงได้ ตามความหมายของโครงการฯ
    แจ้งกำหนดเวลารายงานตัวหลังการฝึกอบรมเสร็จและการรายงานตัวในเดือนถัดไปของผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรม
       ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมแล้ว ไปแจ้งความประสงค์กลับภูมิลำเนา ณ จุดฝึกอบรมที่เข้ารับการฝึกอบรมด้วยตนเองภายใน ๓๐ วัน นับจากวันที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และให้รายงานตัวครั้งแรก (เดือนที่หนึ่ง) ต่อพนักงานฝ่ายปกครองระหว่างวันที่ ๑-๗ ของเดือนหลังจากวันที่แจ้งความประสงค์กลับภูมิลำเนา เพื่อรับรองการไปประกอบอาชีพอิสระหรือการเข้าร่วมโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนของรัฐบาล หรือโครงการอื่นๆ ของรัฐบาล หรือตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร สำหรับครั้งที่ ๒ และ ๓ (เดือนที่สองและเดือนที่สาม) ให้รายงานตัวระหว่างวันที่ ๑-๗ ของเดือนเท่านั้น โดยการรายงานตัวทั้ง ๓ ครั้ง ให้แนบเอกสาร พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องเอกสาร ที่ประกอบด้วย
       1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
       2) สำเนาทะเบียนบ้าน
       3) สำเนาสมุดบัญชีคู่ฝากเงินฝากธนาคาร (เฉพาะธนาคารกรุงไทยเท่านั้น)
       4) สำเนาใบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมตามหลักสูตร (ใบรับรองการผ่านการฝึกอบรม)
       5) แบบฟอร์มการรายงานตัวและการรับรองเพื่อไปประกอบอาชีพในภูมิลำเนาของผู้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการฯ(แบบฟอร์ม ๒)
       สำหรับการรายงานตัวครั้ง ๒ และครั้งที่ ๓ ให้แนบเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดอาชีพอิสระที่ประกอบการ โดยมีรายละเอียดอาทิเช่น (๑) ลักษณอาชีพอิสระที่ดำเนินการ กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และผลประกอบการในเดือนที่ผ่านมา (๒) สถานที่ตั้งสถานประกอบการ พร้อมแนบภาพถ่าย(ถ้ามี) และ (๓) ภาพถ่ายกิจกรรมจริงในการประกอบอาชีพ(ถ้ามี) เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมและได้นำเงินอุดหนุนเพื่อการประกอบอาชีพไปประกอบอาชีพอิสระจริง
    โดยการจัดสรรเงินอุดหนุนรายเดือนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จะจัดสรรให้สำหรับผู้ผ่านการฝึกอบรมที่ไปรายงานตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองครบทุกเดือนเท่านั้น กรณีไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองในเดือนใดเดือนหนึ่ง หรือเว้นช่วงเดือน หรือทั้งสามเดือน ให้ถือว่าผู้ผ่านการฝึกอบรมแสดงเจตจำนงไม่ขอรับเงินอุดหนุนในเดือนดังกล่าว และเดือนถัดไป.
    ประกาศเรื่องการรายงานตัวหลังการฝึกอบรมเสร็จและการรายงานตัวในเดือนถัดไป
        ตามที่ทางโครงการฯได้มีประกาศเพิ่มเติมเรื่องการรายงานตัวหลังการฝึกอบรมเสร็จ และการรายงานตัวในเดือนถัดไป โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางปฎิบัติทางโครงการฯ ขอแจ้งปรับเปลี่ยนแนวทางดำเนินการดังกล่าวเป็นดังนี้
        1. ผู้ที่เข้ารับการอบรมที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรม ก่อนวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ ให้แจ้งความประสงค์กลับภูมิลำเนา ณ จุดฝึกอบรมที่เข้ารับการฝึกอบรมด้วยตนเองภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒รายละเอียดเพิ่มเติมให้เป็นไปตามประกาศ "การรายงานตัวหลังการฝึกอบรมเสร็จและรายงานตัวในเดือนถัดไป" ฉบับใหม่
       2. ผู้ที่เข้ารับการอบรมที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรม ตั้งแต่วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๒ ให้เป็นไปตาม ประกาศ "การรายงานตัวหลังการฝึกอบรมเสร็จและรายงานตัวในเดือนถัดไป"ฉบับใหม่